Danger Scavenger ปฏิบัติการถล่มตึกระฟ้า กับ Action Roguelike ที่สนุกจนลืมเวลา

ไม่บ่อยนักที่เกมแนว Action Roguelike หรือการเดินตะลุยด่านแบบสุ่ม จะทำออกมาได้สนุกมาก และเกมนี้เป็นอีกหนึ่งเกมที่วางจำหน่ายไปอย่างเงียบ ๆ แทบไมไ่ด้รับความสนใจไปเมื่อช่วงปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา แน่นอนว่าเราไปควานหามาเล่นจนได้ แต่ตัวเกมจริงจะเป็นยังไง สนุกแค่ไหน วันนี้เชิญพบกับ Danger Scavenger กันครับ

Story

หากจะบอกว่าปี 2020 เป็นปีแห่งเกมที่มีฉากหลังและโลกเป็นแนว Cyberpunk ล่ะก็คงไม่ผิดนัก Danger Scavenger เซ็ตโลกเบื้องหลังไว้ที่การล่มสลาย ที่ถูกบริษัทยักษ์ใหญ่คอยดูแลบริหารจัดการ แต่พวกเขากลับทอดทิ้งประชาชนรากหญ้าให้อดตาย จนพวกเขาต้องลุกขึ้นมาปฏิวัติในฐานะ Scavenger

ศัตรูของผู้เล่น นอกจากจะเป็นเหล่าคนพเนจรแล้วยังมีไซบอร์กจักรกลของที่มีชื่อว่า A.I.O.N.E ทั้งคนทั้งจักรกล กลายเป็นศัตรูที่เราจะต้องโค่นเพื่อชิงอิสรภาพคืนมา

พล็อตของเกมไม่ต่างอะไรกับหนังเกรดบีที่เห็นได้ทั่วไป เรื่องของการช่วงชิงอิสรภาพคืนเป็นสิ่งที่เราได้เห็นกันบ่อยทั้งบนจอหนังและจอเกม และแน่นอนว่ากับเกมออกอินดี้ระดับนี้ เนื้อเรื่องก็มีไว้เพียงเพื่อให้เกมดำเนินต่อไปได้เท่านั้น

Presentation

ตัวเกมนำเสนอรูปแบบและมุมมองการเล่นเป็นมุมมอง Top-Down Shooter หรือมุมมองจากด้านบน และฉากในเกมที่เราจะได้เห็นประจำทั้งเกมก็คือฉากของดาดฟ้าตึก ซึ่งจะเป็นสังเวียนการเล่นของเราตลอดทั้งเกม

แม้จะเป็นเกมแอ็คชั่นเส้นตรง เดินหน้าลุย เปลี่ยนเส้นทางเพื่อเลือกของและศัตรูที่เจอไปเรื่อย ๆ แต่สิ่งที่ต้องชื่นชม คือการวางสิ่งของและวัตถุที่ทำให้การเล่นเกมของเรายากขึ้น แต่ยากแบบท้าทาย ไม่ใช่ยากแบบกวนประสาท วัตถุในฉากจะสามารถยิงทิ้งได้ และกลายเป็นเศษเหล็กที่ใช้เป็นค่าเงินในเกมได้ แต่เจ้าวัตถุในฉากนี่ล่ะ ที่ทำให้การกลิ้งยิง หรือการต่อสู้ของเราอาจมีปัญหา

ด้วยความที่ฉากของเกมเป็นดาดฟ้า และมีรั้วกั้นบางครั้ง หากเรายิงโจมตีจนรั้วพัง และเราเดินไม่ดีก็มีสิทธิ์ตกตึกได้ง่าย ๆ การตกจากตึกจะหักพลังชีวิตเราไป ทำให้เราต้องวางแผนการต่อสู้และการยิงให้ดี และทำให้นี่เป็นอีกหนึ่งเกมแนว Action Roguelike ที่สนุกมากเป็นอันดับต้น ๆ นับตั้งแต่ผู้เขียนเคยเล่นมา

นอกจากนั้นไอเทมภายในเกม ทั้งอาวุธและตัวช่วยก็มีเยอะมาก น่าเสียดายที่ตัวเกมดันทำส่วนนี้ออกมาขาดสมดุลอยู่บ้าง ไม่อย่างนั้นเกมนี้จะสนุกแบบสุด ๆ แต่เกมนี้ดันออกแบบอาวุธบางอย่างมาไม่ค่อยมีประสิทธิภาพ หรือบางชิ้นก็โกงเกินไปเลย

Gameplay

อย่างที่กล่าวไปข้างต้น เกมนี้เป็น Action Roguelike ในทุกการตายของเราจะกลับมาเริ่มใหม่แต่แรก แต่ยิ่งเราทะลวงไปยังดาดฟ้าขั้นสูงมากยิ่งขึ้น เราก็จะมีโอกาสเจอ และปลดล็อคสกิลใหม่ ๆ มากยิ่งขึ้น รวมไปถึงตัวละครใหม่ด้วย

เกมนี้ตัวละครแต่ละตัวจะมีทักษะติดตัวต่างกันไป เช่น Rhino ที่เปลี่ยนจากการแดชหลบ มาเป็นการกระโดดไกล เมื่อเท้าเหยียบพื้นจะทำดาเมจใส่ศัตรูรอบ ๆ และบัฟดาเมจ 10% ให้เราด้วย ทำให้การเลือกตัวละครของเกมนี้มีผลต่อการเล่นอยู่บ้าง แต่อยากหรือชอบตัวไหนก็ขึ้นอยู่กับความชอบของผู้เล่นเอง

อาวุธของเราในเกมนี้จะแบ่งออกเป็นสองอย่าง คืออาวุธปืนที่เราจะถือได้ 2 กระบอก นอกจากนั้นจะเป็นไอเทมตัวช่วย ที่ทำให้เราสู้ได้ง่ายขึ้น และจำเป็นมาก เช่นโดรนช่วยยิงปืนกล โดรนโฮมมิ่งมิสไซล์ ป้ายลดราคาไอเทม หรืออุปกรณ์แบบกดใช้ ช่วยเรียกกองกำลังสนับสนุนมาช่วยสู้ วิธีการได้ไอเทมเหล่านี้คือเปิดจากกล่องตามด่านเอา หรือซื้อเอาในฉากที่มีจุดขายไอเทม

ข้อดีของจุดขายไอเทมก็คือ ทุกครั้งที่เราเจอจุดนี้ จะมีไอเทมขาย 3 ชิ้น และจะมีกล่องพยาบาลฟื้นฟูพลังชีวิตให้แบบชัวร์ ๆ 1 กล่อง ดังนั้นถ้าพลาดบาดเจ็บระหว่างทางขึ้นมาก็ประคองตัวเองอย่าให้ตาย แต่ปัญหาของมันคือ เราไม่รู้เลยว่าจะไปเจอจุดขายไอเทมเอาตรงไหน ดังนั้นเซฟตี้ที่สุดคือ เล่นให้พลิ้ว อย่าโดนโจมตี น่าจะง่ายกว่าการดองเงินไว้ซื้อกล่องพยาบาล เพราะบางทีซื้อกล่องพยาบาลก็ไม่เหลือเงินไว้ซื้อไอเทมอื่นแล้ว ถึงบอสขึ้นมาอาจจะสู้ไม่ได้เอา

ส่วนไอเทมอีกสองชิ้นจะเป็นการสุ่ม ให้เราเลือกได้เลยว่าอยากได้ไอเทมแบบไหนไว้คอยซัพพอร์ทระหว่างเล่น หรือถ้าไม่เจออันที่ถูกใจคุณก็ดองเงินไว้ได้เลย เผื่อไปเจอของที่ถูกใจในชั้นที่สูงขึ้น

และแม้ว่าจะเป็นการสุ่มด่านใหม่ทุกครั้งที่เราเล่น แต่เกมนี้เราเลือกได้ว่าจะไปเผชิญหน้ากับศัตรูแบบไหน เพราะจะมีป้ายบอกไว้ตรงหน้าประตูทางเข้าชั้นต่อไปตลอด ทำให้เราเลือกได้ว่าจะไปเจอศัตรูประเภทไหน และชั้นที่มีศัตรูระดับ Elite จะการันตีดรอปกล่องพยาบาลให้เราด้วย แน่นอนว่าทำให้เราประหยัดเงินไปได้เยอะ กรณีพลังชีวิตขาดหายไป

สิ่งที่ทำให้เกมนี้สนุกมากขึ้นคือความท้าทาย ความไม่ซ้ำซากของตัวด่าน เพราะศัตรูจะมาแบบไม่ทันตั้งตัว จนบางชั้นเกมก็กลายเป็นเกมแนว Bullet Hell ไปเลย ทำให้ความท้าทายในการเล่น ยิ่งสูงชั้นก็ยิ่งมากตาม ใครกะเล่นชิล ๆ นี่ไม่น่ารอดไปไกลเกินบอสตัวแรก

ที่ต้องชมจริง ๆ คือการออกแบบ Boss Fight ที่ถึงแม้ว่าจะไม่ได้หวือหวาอะไร แต่เกมก็ให้เราใช้ทักษะ และการสังเกตแพทเทิร์นการโจมตี เจอครั้งแรก รับรองว่าต้องตายก่อนแน่นอน เพราะเราไม่รู้ว่าบอสตัวนั้นมีพลังโจมตี หรือรูปแบบการโจมตีแบบไหน แต่พอเราจับจุดได้ ผ่านไปได้ก็จะไปเจอตัวใหม่ที่โหดกว่า

โดยรวม Danger Scavenger ถือเป็นเกม Roguelike ที่สนุก และท้าทายมาก และที่สำคัญไม่น่าเบื่อด้วย ใครที่กำลังมองหาเกมนี้ รับรองว่าไม่ผิดหวังครับ

Performance

น่าเสียดายที่หลายอย่างทำมาดี แต่ Performance เหมือนจะเป็นปัญหาใหญ่ของเกมนี้

ในฉากหลัง ๆ ที่กราฟิกของเกมมีการแสดงผลอย่างมากขึ้น ทั้งจำนวนศัตรู แสงสีในฉาก จำนวนกระสุนในฉาก ทำให้เกมเกิดอาการเฟรมเรทตกแบบกู่ไม่กลับ แล้วไม่ใช่ตกธรรมดา แต่ตกจาก 60 ลื่น ๆ ลงไป 20-30 ซึ่งทำให้เกมเล่นยากขึ้นมาก

และที่ร้ายแรงที่สุดคือมีครั้งหนึ่งที่ผู้เขียนเล่นไปไกลจนบอสที่ 4-5 แล้ว ใช้เวลาในการลุยด่านไปราว ๆ ชั่วโมงนึง แต่เกมกลับบัค ไม่สามารถไปต่อได้ จนต้องออกเกมสถานเดียวเท่านั้น เรียกได้ว่าจบกันที่ทำมาซะดี

แต่นอกเหนือจากสองอย่างนี้ ในส่วนของ Option ตัวเกมทำมาได้ครบครัน ทั้งการตั้งค่าปุ่มกดด้วยจอยและคีย์บอร์ด การตั้งค่าเสียง และที่หลายคนน่าจะชอบคือการปรับ FOV หรือ Field of View ได้ เล่นสบายตาขึ้นเยอะ

ส่วนของ Setting ก็ใส่มาให้ปรับแต่งได้อย่างเต็มที่เท่าที่เกมอินดี้เกมนึงจะทำได้แล้ว มากกว่าเกมทั่วไปในมาตรฐานเดียวกันด้วยซ้ำ ถือว่าทำได้ดีมาก น่าเสียดายที่ดันมาตกม้าตายตรงปัญหาเกมโดยตรง ซึ่งคาดว่าจะต้องรอแพทช์อัปเดตแก้ไขกันไปในตอนนี้

Danger Scavenger เป็นอีกหนึ่งเกม Action Roguelike ที่สนุกมาก มากกว่าเกมแนวเดียวกันที่ออกมาในช่วงนี้ ถ้าผู้เล่นกำลังมองหาความท้าทายในรูปแบบของการเล่น ตาย เรียนรู้ อย่าพลาดเกมนี้ครับ

Verdict 7.5/10